Fax ที่ส่งเข้ามายังระบบ Fax Server สามารถระบุผู้รับปลายทางได้อย่างไรบ้าง

จุดเด่นของระบบ Network Fax Server ก็คือระบบที่สามารถระบุผู้รับได้ ซึ่งในส่วนของ Bavo Network Fax สามารถทำได้ตามนี้

  1. Virtual Extension/DID Routingโดยการระบุเบอร์ต่อสำหรับรับแฟกซ์ให้กับผู้ใช้งานแต่ละคน ซึ่งสามารถทำงานได้ตามนี้
    1. เมื่อมีแฟกซ์เข้ามา ระบบจะมีเสียงตอบรับ
    2. ระบบ Fax Server จะพูดเสียงตอบรับเพื่อให้ผู้ส่งระบุเบอร์ส่งต่อ (Extension number) ซึ่งผู้ส่งก็กดเบอร์ต่อ หรือจะเป็นระบบอัตโนมัติจาก PBX
    3. หลังจากได้รับข้อมูลเบอร์ต่อแล้ว ระบบ Fax server ก็จะส่งแฟกซ์ไปยังบุคคลปลายทางได้

    โดยปรกติแล้วระบบ Virtual Extension routing จะใช้งานคู่กับ PBX ที่รองรับ DID/DTMF conversion  ซึ่งต่อ PBX ส่วนใหญ่จะรองรับการแปลงสัญญาณจาก DID เป็น DTMF และส่งเข้าระบบ Fax Server หลังจากได้ยินระบบเปิดเสียงตอบรับ

  2. Line Routing เป็นการระบุเบอร์แฟกซ์ให้กับเฉพาะรายบุคคลหรือแผนก ตัวอย่างเช่น Fax Server ที่รองรับแฟกซ์ แบบ 4 คู่สาย เราสามารถระบุได้เลยว่า คู่สายที่ 1 เป็นของคนไหนหรือฝ่ายไหน ซึ่งถ้ามีการส่งแฟกซ์มายังคู่สายนั้น ระบบก็จะส่งต่อไปยังผู้รับที่จับคู่กันไว้ทันที ซึ่ง Fax Server ต้องเป็นรุ่นที่รองรับตั้งแต่ 2 คู่สายขึ้นไป
  3. CSID (Caller Sender Identification จะขึ้นอยู่กับ Fax ID ที่แต่ละเครื่องแฟกซ์ตั้งไว้ ซึ่งโดยปรกติจะไม่ค่อยได้เปลี่ยนค่าตรงนี้ ซึ่งเราสามารถระบุให้ระบบ Fax Server จดจำค่า CSID ที่ได้  ซึ่งการใช้งานแบบนี้จะเหมาะกับผู้รับที่มีการใช้งานรวมกับต้นทางที่ส่งแบบฉพาะเจาะจง แต่จะไม่เหมาะกับในกรณีที่ มีแผนก 2 แผนก แต่รับแฟกซ์จากบริษัทหรือต้นทางเดียวกัน แบบนี้จะไม่สามารถแยกแยะปลายทางผู้รับได้ เนื่องจาก CSID ที่ส่งมาเป็นค่าเดียวกัน
  4. CID(Caller ID) เป็นการผูกเบอร์ผู้ส่งแฟกซ์กับผู้รับ ตัวอย่างเช่นแฟกซ์จากเบอร์ 02-2222222 ส่งถึง User 1
  5. Manual routing จะเป็นแบบที่มี admin กลาง 1 คนคอยตรวจสอบแฟกซ์ที่เข้ามาแล้วทำการคัดเลือกส่งต่อไปยังผู้รับ ผ่านการ forward จากในเครื่อง Fax Server หรือ Forward ทางอีเมล์